Phone: 03-312-4848 (ทร.74496)

Mobile : 093-397-1342

เกาะขามเปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมทุกวัน ตามปกติ
ดูรายละเอียด เวลาเปิดจองตั๋ว และเที่ยวเรือข้ามไปเกาะขาม
และขอเปลี่ยนจุดจำหน่ายตั๋วเกาะขามจุดใหม่ ไปที่
กองร้อยสารวัตรที่ 2 (พื้นที่แสมสาร)
Location Map : https://maps.app.goo.gl/9VLT8ptducx9fDaV8

Kohkham Clean Beach Campaign

ด้วยปัจจุบันเกาะขามซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเชิงอนุรักษ์ มีขยะประเภทพลาสติกและกล่องโฟมที่เกิดจากการนำขึ้นมาบนเกาะของผู้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก
เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้มาเยี่ยมชมได้ช่วยกันลดปริมาณขยะบนเกาะ เพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมบนเกาะให้สะอาด สวยงาม และยั่งยืน ตลอดจนลดภาระการขนขยะเพื่อมาทิ้งและทำลายบนฝั่งในแต่ละวันของเจ้าหน้าที่
เกาะขามสัตหีบ จึงจัดกิจกรรม Kohkham Clean Beach Campaign เพื่อรณรงค์และขอความร่วมมือผู้เยี่ยมชมให้งดนำผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ขึ้นไปบนเกาะ
1.ขวดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ ที่ทำจากพลาสติกทุกชนิด
2.ขวดแก้ว หรือผลิตภัณฑ์จากแก้ว ที่เป็นอันตราย
3.กล่องโฟม หรือผลิตภัณฑ์จากโฟมทุกชนิด(ยกเว้น ที่ผลิตจาก ชานอ้อย/มันสัมปะหลัง )

คำแนะนำ

- ไม่ควรนำอาหารไปรับประทานบนเกาะเป็นจำนวนมาก ( บนเกาะมีจำหน่าย ราคา ปกติ เหมือนบนฝั่ง)

ประเพณีทหารเรือ : การเคารพด้วยนกหวีดเรือ

pic navy whistle 02

นกหวีดเรือที่จ่ายามใช้ นั้น เป็นสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นเครื่องประดับของบุคคลผู้มีอาชีพในทางทะเลอย่างหนึ่ง นกหวีดเรือหรือขลุ่ยในสมัยโบราณซึ่งทาสในเรือแกลเลย์ของกรีซและโรมเป็นคนกระเชียงนี้น ใช้สำหรับการบอกจังหวะกระเชียง ตามรายงานปรากฏว่านกหวีดเรือได้ใช้ในสงครามครูเสดในปี พ.ศ.๑๗๙๑ เมื่อคนถือหน้าไม้ชาวอังกฤษถูกเรียกขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อให้ทำการยิงตามสัญญาณ

pic navy whistleในสมัยหนึ่งนกหวีดเรือ ได้กลายเป็นเครื่องประดับสำหรับตำแหน่งราชการและในบางกรณีก็ใช้เป็นเครื่องประดับสำหรับเกียรติยศตามตำแหน่งด้วยเหมือนกัน จอมพลเรือมีนกหวีดทองคำผูกติดกับสร้อยห้อยคอ นกหวีดเรือทำด้วยเงินใช้สำหรับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุดทั้งหลายเป็นเครื่องหมายสำหรับราชการ หรือห้อย นกหวีดเงินที่คอเพิ่มจากนกหวีดทองคำเกียรติยศอีกด้วย นกหวีดเรือในปัจจุบันใช้สำหรับการเคารพและสำหรับบอกคำสั่งแก่ทหาร


ในการรบที่นอกเมืองเบรสต์
เมื่อ ๒๕ เม.ย. พ.ศ.๒๐๕๖ ระหว่างเสอร์ เอดเวอร์ด โฮวาร์ด จอมพลเรือและบุตรเอิรล แห่งเชอร์เรย์ กับ เชอวาลีเอเปรตังต์ เดอ บีดูช์ เล่ากันว่า เมื่อจอมพลเรือแน่ใจว่าจะถูกจับเป็นเชลยแล้ว ท่านได้ขว้างนกหวีดทองคำลงทะเลไปแต่นกหวีดเงินซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการบังคับบัญชายังคงซ่อนอยู่ในตัวท่าน น้ำหนักถือเป็นเกณฑ์ของนกหวีดเกียรติยศ และชื่อส่วนต่าง ๆ ของนกหวีดนั้นพระเจ้าเฮนรี่ที่ ๘ เป็นผู้ทรงตั้งขึ้น พระองค์ได้ออกกฤษฎีกาว่า นกหวีดจะต้องหนัก ๑๒ ฮูนส์ (Oons) ทองคำ ซึ่งคำว่าฮูนส์เป็นที่มาของคำว่า เอาช์ สร้อยที่ใช้ห้อยคอต้องทำด้วยทองคำเหมือนกันและจะต้องมีเนื้อทองของเหรียญดูกัต


นอกจากนกหวีดจะใช้เป็นเครื่องประดับ 
สำหรับตำแหน่งในทางการและสำหรับนายทหารใช้เมื่อออกคำสั่งเอง ยังใช้สำหรับการรับรองบุคคลชั้นสูงอีกด้วย การที่ทหารมาแถวที่ข้างกราบเรือ ตามที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ สืบเนื่องแต่กาลก่อนการเป่านกหวีดเรือเคารพพร้อมด้วยยามยืนรับรอง จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ประเพณีในสมัยเรือใบนั้น ย่อมจัดให้มีการประชุมกันในเรือธง และเพื่อที่จะเชื้อเชิญนายทหารไปรับประทานอาการร่วมกันขณะที่เรือจอดอยู่ในทะเล ในเมื่อโอกาสอำนวยบางครั้งอากาศทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องชักผู้ที่เชิญมานั้นขึ้นทางเก้าอี้จ่ายาม โดยใช้นกหวีดเรือเป่าบอกเพลงชักขึ้นหรือหย่อนลงมา (หะเบส หรือ หะเรีย) เนื่องจากทหารประจำเรือต้องคอยชักคนขึ้นเรือนี้เอง และด้วยการที่เขามาร่วมกันข้างเรือ จึงทำให้เกิดประเพณีที่จะต้องมาคอยต้อนรับขึ้น ต่อมาก็เลยกลายเป็นมารยาทของชายเรือไปในอันที่จะต้องกระทำในราชนาวีอังกฤษเมื่อได้รับรายงานว่าผู้บังคับการเรือมาใกล้จะถึงเรือ นายยามจะออกคำสั่ง “Hoist him in” ซึ่งแปลว่า ชักเขาขึ้นมาบนเรือ

 

 

banner fish 04